เงินบาทแข็งค่าแรงฉุดราคาทองคำในประเทศ สวนทาง Gold Spot ยังปรับขึ้นได้ “ฮั่วเซ่งเฮง” เผยนักลงทุนหันเทรดทองเป็นสกุลดอลลาร์มากขึ้น ขณะที่ “วายแอลจี” แนะเทรดเป็นสกุลดอลลาร์ผ่านแอป มั่นใจทองโลกไปต่อ “นายกสมาคมค้าทองคำ” ชี้แค่ช่วง 1 เดือนครึ่งบาทแข็งเร็ว ฟาก “โกลเบล็ก” ชี้คนที่ซื้อไว้ที่ราคาสูงสุดอาจต้องลุ้น “ติดดอย” ถึงสิ้นปี เว้นแต่ปัจจัยสงครามขยายวง
นายธนรัชต์ พสวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทฮั่วเซ่งเฮง กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2567 ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ดี โดย Gold Spot อยู่ที่บริเวณ 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ค่าเงินบาทช่วงต้นปีอยู่แถว ๆ 37 บาทต่อดอลลาร์ แต่หลังจากที่มีการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ ประกอบกับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ไม่ค่อยดี ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นไปอีกจนหลุด 34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลง

“ช่วงที่ผ่านมา ราคาทองคำยังคาดหวังกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในปีนี้ ซึ่งทิศทางยังเป็นแบบนั้นอยู่ เพียงแค่ทุกครั้งที่ราคาทองคำแพงขึ้น หรือเงินดอลลาร์อ่อนลง จะทำให้เงินบาทแข็งค่าด้วย ดังนั้น จะเป็นผลทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลงได้ โดยมองแนวรับช่วงนี้ที่ 41,000 บาท แนวต้าน 44,000 บาท อย่างไรก็ดี ทองมีโอกาสลดลงหลุด 40,000 บาทได้ หากทองโลก หรือ Gold Spot ย่อลง ซึ่งเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะทยอยเข้าซื้อได้”
อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นที่รอเฟดที่คาดว่าจะลดดอกเบี้ยในรอบกลางเดือน ก.ย.นี้ ช่วงก่อนหน้าที่จะมีการประกาศดอกเบี้ย ราคาทองคำจะนิ่ง เนื่องจากนักลงทุนรอจังหวะการเข้าซื้อ
ขณะที่ระยะต่อไป ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังคงต้องติดตามประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งจะชี้ทิศทางนโยบายที่จะเดินหน้าต่ออย่างชัดเจนขึ้น ทำให้นักลงทุนสามารถเห็นภาพของนโยบายการเงินและการคลังสหรัฐได้ดีขึ้น
“สัญญาณทางเทคนิคยังบ่งชี้การปรับตัวลดลงอยู่ ช่วงนี้ยืนที่ 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทุกครั้งที่ปรับย่อลง ยังมีแรงซื้อกลับเข้ามาอย่างแข็งแกร่ง โดยหากราคาทองคำปรับย่อลงต่ำกว่า 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ นักลงทุนสามารถเข้าซื้อได้ แต่หากปรับเพิ่มขึ้นพ้น 2,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สามารถขาย ทำกำไรระยะสั้นได้”
นายธนรัชต์กล่าวด้วยว่า ในช่วงนี้นักลงทุนให้ความสนใจเทรดทองคำในแอปพลิเคชั่น “USD GOLD TRADE” ของทางฮั่วเซ่งเฮงกันมากขึ้น เป็นตัวเลขการเพิ่มขึ้นที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากเป็นการซื้อขายทองคำที่ไม่มีค่าเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยนักลงทุนสามารถเปิดบัญชีเงินฝากบัญชี (FCD) สกุลดอลลาร์ ซึ่งจะสามารถซื้อขาย ทำกำไรเป็นดอลลาร์ได้เลย ในช่วงที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ทองโลกปรับตัวขึ้น แต่ทองในประเทศเจอค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.มาถึงปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ประมาณ 7% จึงมีผลกระทบกับราคาทองในประเทศ ทำให้ราคาไม่เพิ่มตามทองโลก
“เงินบาทแข็งค่า ทำให้ทองราคาลดลง เพราะถ้าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 1 บาท จะกระทบราคาทองประมาณ 3,000 บาท ซึ่งช่วงตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.ถึงตอนนี้ทองในประเทศราคาถูกลงกว่า 2,000 บาท ก็งง เหมือนกันว่า ทำไมแค่เดือนกว่า ๆ เงินบาทแข็งค่าขึ้นตั้ง 7%”
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า ราคา Gold Spot ปีนี้ยังปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวลดลง โดยประเทศไทย เป็นประเทศขนาดเล็ก เวลาที่มีเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลเข้ามาแรง จึงทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามาก
ทั้งนี้ หากเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย คาดว่าทองจะขึ้นไปอยู่บริเวณ 2,500-2,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่เฟดจะปรับลดดอกเบี้ย แต่สิ่งที่ต้องคาดการณ์ คือ จะลด 0.25% หรือ 0.50%
“หากนักลงทุน กังวลในเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น สามารถเข้าซื้อทองคำในสกุลดอลลาร์ได้ ในแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง โดยราคา Spot ปัจจุบันย่อลงมา และมีโอกาสที่ไปต่อได้ จึงเป็นจุดที่เข้าซื้อได้ แต่หากจะลงทุนทองคำด้วยสกุลเงินบาท ต้องบอกว่า ไม่มั่นใจว่า เงินบาทจะแข็งต่ออีกไหม”
นางพวรรณ์กล่าวว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้มี 3 เรื่องที่ต้องติดตาม คือ 1.การเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ หากเป็นนายโดนัลด์ ทรัมป์ มีโอกาสที่ราคาทองคำจะปรับขึ้น 2.การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในวันที่ 18 ก.ย.นี้ 3.ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และหลังจากได้ประธานาธิบดีของสหรัฐ เรื่องถัดไป คือ สงครามทางด้านการค้า ระหว่างประเทศจีน และสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ทุกปัจจัยยังเป็นบวกกับราคาทองคำ
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า สถานการณ์ราคาทองคำช่วงนี้ เป็นช่วงของการเก็งกำไร แบบลงซื้อ-ขึ้นขาย โดยช่วงราคาลงสามารถเข้าซื้อได้ ทั้งนี้ จนถึงสิ้นปีให้แนวรับที่ 2,450 ดอลลาร์ แนวต้านที่ 2,530 ดอลลาร์ (ไฮเดิม)
“ถ้าราคาหลุดแนวรับ ทองอาจจะมีโอกาสลงต่อได้ เพราะเท่าที่เห็นข่าวช่วงนี้ ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ย หรือสงคราม เริ่มมีการสู้รบกันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ราคาทองกลับขึ้นไปจุดสูงสุดใหม่ได้ เรามองว่า ถ้าทองจะกลับไปนิวไฮ ต้องมีประเทศใหม่ ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องกับสงคราม หรือสงครามขยายวงกว้างออกไป แต่ถ้ายังเป็นคู่ระหว่างยูเครนกับรัสเซีย หรืออิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ก็จะไม่มีผล”
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ โอกาสที่ราคาทองจะกลับไปที่จุดสูงสุดเดิมที่ 2,530 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ น่าจะเป็นไปได้ยาก โดยหากราคาจะขึ้นได้ ก็คาดว่าจะขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่ถ้าจะขึ้นได้มาก ๆ จะขึ้นกับปัจจัยสงครามเป็นหลัก ส่วนทองแท่งในประเทศจุดสูงสุดเดิมอยู่ที่ 42,150 บาท ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มองกรอบที่ 39,800-40,600 บาท เนื่องจากเงินบาทค่อนข้างแข็ง
อ่านข่าวต้นฉบับ: แห่เทรดทองสกุล “ดอลลาร์” พุ่ง ลดเสี่ยงค่าเงิน-บาทแข็งฉุด “ทองไทย”
إرسال تعليق